
ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าสีนั้นเป็นองค์ประกอบสำคัญในงานศิลปะ แต่เคยสงสัยหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วสีที่มีการใช้อยู่ในงานศิลปะนั้นมีด้วยกันกี่ประเภท หากอยากทำความรู้จักมากขึ้น เดี๋ยวเราจะพาไปดู
ประเภทของสีในงานศิลปะมีอะไรบ้าง
หลัก ๆ มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่
1. สีอะคริลิค
เป็นสีที่มีสถานะเป็นของเหลวโดยเกิดการผสมกันระหว่างไวนิล อะคริลิคหรือ Polymer มีคุณสมบัติโปร่งแสงและแห้งเร็ว วิธีการใช้งานสามารถนำไปผสมน้ำเพื่อให้เกิดการเจือจางก่อนระบายลงบนผืนผ้าหรือกระดาษคล้าย ๆ กับสีน้ำ
2. สีน้ำมัน
เป็นสิ่งที่มีสถานะเป็นของเหลวเช่นเดียวกัน โดยเป็นการผสมกันระหว่างสีฝุ่นกับน้ำมัน ข้อดี คือ มีคุณสมบัติทึบแสง เหมาะสำหรับการวาดภาพขนาดใหญ่ ข้อเสีย คือ แห้งช้า
3. สีเทียน
เป็นสีที่มีสถานะเป็นของแข็ง โดยเป็นการผสมกันระหว่างไขมันสัตว์หรือขี้ผึ้งกับสีฝุ่น ก่อนจะนำมาอัดแท่งจนกลายเป็นสีเทียน คุณสมบัติทึบแสง กันน้ำได้ดี
4. สีไม้
มีสถานะเป็นของแข็ง มีลักษณะเป็นแท่ง ๆ ข้อดีราคาถูก หาซื้อง่าย
5. สีชอล์ก
มีสถานะเป็นของแข็งในรูปแบบแท่งด้วยเกิดจากการนำเอาสีฝุ่นมาผสมกับกาว ยางไม้ หรือขี้ผึ้งก่อนจะนำมาอัดแท่ง ข้อดี คือ เนื้อสีค่อนข้างเนียนละเอียด ระบายแล้วเรียบเนียนไปกับพื้นผิว ข้อเสีย คือ เลอะง่าย
6. สีฝุ่น
มีสถานะเป็นของแข็งละเอียดเป็นผง ผสมกับไข่ขาว กาวน้ำ หรือกาวยาง ส่งผลให้สีฝุ่นมีลักษณะทึบแสงและสามารถเขียนทับกันได้หลาย ๆ ชั้น
7. สีโปสเตอร์
มีสถานะเป็นของเหลว เกิดจากการผสมกันระหว่างสีฝุ่นและกาวน้ำ ข้อดีของสีโปสเตอร์ คือ เนื้อมีความเข้มข้น ทึบแสง และระบายทับกันได้ เวลาจะนำไปใช้สามารถใช้ได้เลยหรือนำไปผสมกับน้ำเพื่อเจือจางก่อนก็ได้
8. สีน้ำ
มีสถานะเป็นของเหลว เวลานำไปใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานจำเป็นต้องผสมน้ำเพื่อเจือจางสีเสียก่อน ข้อดี คือ เนื้อสีมีลักษณะค่อนข้างใส ดูสะอาดตา
สีมีความสำคัญยังไงในงานศิลปะ
รู้จักประเภทของสีกันไปแล้ว มาดูกันว่าสีมีความสำคัญยังไงเมื่อต้องมาอยู่ในงานศิลปะ
- ใช้ในการสื่อความหมาย ตามหลักจิตวิทยาสีแต่ละสีให้ความรู้สึกแตกต่างกันไป เช่น สีแดงให้ความรู้สึกกระตือรือร้น อันตราย สีเขียวให้ความรู้สึกสงบเป็นธรรมชาติ หากต้องการให้งานศิลปะมีความหมายและกระตุ้นความรู้สึกของผู้ชมศิลปะได้ดียิ่งขึ้น การเลือกใช้สีให้มีความสอดคล้องกันถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ๆ
- เพิ่มความสมจริงในงานศิลปะ แน่นอนว่าภาพวาดโดยใช้ดินสอหรือแค่ลายเส้นเพียงอย่างเดียวหรืองานศิลปะใดก็ตามที่ไม่ใช้สีสามารถแสดงออกถึงความรู้สึกหรือสิ่งที่ต้องการสื่อได้ แต่การเพิ่มสีเข้าไปในภาพไม่เพียงแค่แสดงออกถึงความรู้สึกได้อย่างชัดเจน แต่สามารถสร้างบรรยากาศให้รู้สึกสมจริงมากยิ่งขึ้นด้วย
- เป็นองค์ประกอบที่มีอิทธิพลต่อความคิด ความรู้สึก และจิตใจของมนุษย์มากกว่าองค์ประกอบอื่น ๆ
- สามารถจัดองค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีความกลมกลืน และเป็นไปในทิศทางเดียวกันได้
สรุปได้ว่าสีมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท และแต่ละประเภทก็มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป เวลาจะนำไปใช้ในการสร้างสรรค์งานศิลปะจึงจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมว่าสีไหนเหมาะกับงานประเภทใดด้วย เพื่อดึงเสน่ห์ที่ดีที่สุดออกมาให้ได้
